ลง Banner ขนาด 728x90 โฆษณาตำแหน่งนี้ เด่น เห็นชัดทุกหน้า พิเศษ!!! เพียง 1,000฿/เดือน
ลง Text Link โฆษณาตำแหน่งนี้ เด่น เห็นชัดทุกหน้า พิเศษ!!! เพียง 500฿/เดือน

กูเกิลฮุบ “Dealmap” ลุยกรำศึกเว็บขายดีล

  เมื่อ: Wednesday, August 3rd, 2011, หมวด คอมพิวเตอร์ ไอที     3 ความคิดเห็น »
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

dealmap

ส่อแววดุเดือดยิ่งขึ้น สำหรับการแข่งขันในศึกธุรกิจเว็บไซต์จำหน่ายดีลส่วนลดสินค้าหรือบริการ (Shopping Deals Sites) ล่าสุดเบอร์ 1 ในโลกเสิร์ชเอนจินอย่างกูเกิลประกาศซื้อกิจการบริษัทอันดับ 2 ในตลาดเว็บไซต์ขายดีลส่วนลดนาม Dealmap แล้ว หวังลับคมให้กับบริการ Google Offers ที่กูเกิลเปิดให้บริการค้นหาส่วนลดร้านค้าแบบอิงสถานที่ในสหรัฐฯ มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน นับถอยหลังศึกใหญ่ที่ Groupon เบอร์ 1 ในตลาดค้าดีลจะต้องพบแน่นอนในอนาคต

ไม่เพียงแต่กูเกิล บริษัทรายใหญ่ในตลาดค้าดีลอย่าง LivingSocial ซึ่งได้เข้าซื้อบริษัทค้าดีลของไทยอย่าง Ensogo.com แล้ว ยังประกาศซื้อเว็บไซต์ขายดีลส่วนลดเพิ่มอีก 1 แห่งซึ่งให้บริการในประเทศเกาหลีใต้ และมาเลเซีย ทั้งหมดถือเป็นสัญญาณว่าตลาดค้าดีลจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดและเติบโตยิ่งกว่าเดิมอย่างน่าจับตา

***กูเกิลซื้อคู่แข่ง Groupon.com

บริษัทล่าสุดที่กูเกิลเข้าซื้อกิจการมีนามว่า Dealmap เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์รวบรวมดีลส่วนลดจากเว็บไซต์อื่นนับร้อยแห่ง โดยมีดีกรีเป็นคู่แข่งเบอร์ 2 ในตลาดค้าดีลรองจากยักษ์ใหญ่อย่าง Groupon

การซื้อ Dealmap จะช่วยให้กูเกิลเสริมความแข็งแกร่งบริการ Google Offers ที่กูเกิลเริ่มชิมลางในสหรัฐฯ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะ Dealmap มีจุดแข็งที่การเป็นแหล่งรวมดีลสินค้าราคาพิเศษ ส่วนลด และคูปองสมนาคุณจากเว็บไซต์ค้าดีลหลายแหล่ง ที่น่าสนใจคือ Dealmap จะแสดงผลในรูปแผนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งบนเว็บไซต์บริษัทและทางอีเมล รวมถึงทางแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ (Android) ไอโฟนและไอแพด บนจำนวนผู้ใช้มากกว่า 2 ล้านรายในขณะนี้ (Groupon มีฐานสมาชิกปี 2010 ราว 13 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 25 ล้านคนในปี 2011)

ในอีเมลแถลงการณ์ กูเกิลระบุว่า การซื้อ Dealmap จะทำให้กูเกิลมีบริการสำหรับผู้บริโภคและบริษัทร้านค้าที่ดีกว่า เช่นเดียวกับ Dealmap ที่ระบุว่าพร้อมเข้าไปพัฒนาบริการร่วมกับกูเกิล โดยจะยังคงสนับสนุนบริการหลักและพันธมิตรของบริษัทไว้เช่นเดิม พร้อมยืนยันว่าบริษัทจะชะลอการเปิดรับดีลใหม่บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัทไว้ชั่วคราว และจะเดินหน้าโน้มน้าวให้บริษัทห้างร้านเสนอดีลสู่บริการ Google Offers แทน

google-offers

ที่ผ่านมา กูเกิลนั้นเริ่มต้นทดสอบบริการ Google Offers โดยเปิดให้ผู้อาศัยในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สามารถค้นหาส่วนลดจากร้านค้าในท้องถิ่นได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อหวังท้าชนกับบริการค้าดีลยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง Groupon ที่ให้บริการในเมืองพอร์ตแลนด์ และเมืองใหญ่อย่างซานฟรานซิสโก และนิวยอร์ก โดยกูเกิลมีแผนจะขยายบริการไปสู่เมืองอย่างออสติน บอสตัน เดนเวอร์ ซีแอตเทิล และวอชิงตัน ดี.ซี. ในอนาคต

แม้การซื้อกิจการครั้งนี้จะไม่มีการเปิดเผยมูลค่าการซื้อขายที่แน่นอน แต่คาดว่าจะมีมูลค่าไม่ถึง 6 พันล้านเหรียญเหมือนที่กูเกิลเคยเสนอซื้อ Groupon เมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวนี้ทำให้กูเกิลถูกมองว่าจะกลายเป็นคู่แข่งขันกับบริษัท Groupon เต็มตัว ทั้งที่กูเกิลยืนยันมาตลอดว่าต้องการให้บริการจำหน่ายส่วนลดออนไลน์อย่าง Google Offers เป็นช่องทางสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อธุรกิจกับผู้บริโภคในแบบที่กูเกิลไม่เคยทำได้มาก่อน บนจุดประสงค์คือการติดอาวุธให้กูเกิลสามารถแข่งขันในธุรกิจโฆษณาออนไลน์ได้ดีกว่าเดิม

การที่กูเกิลสามารถควบรวม Dealmap ได้ ทำให้กูเกิลสามารถเพิ่มจำนวนพันธมิตรมากมายโดยเฉพาะในสหรัฐฯ และมีโอกาสการยกระดับรูปแบบธุรกิจโฆษณาออนไลน์ได้เร็วขึ้น โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่า หากกูเกิลสามารถเข้าสู่สังเวียนธุรกิจจำหน่ายดีลส่วนลด ธุรกิจนี้จะสามารถทำเงินให้กูเกิลได้อีกมหาศาล โดยเฉพาะตลาดโฆษณาในท้องถิ่นที่คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดเฉพาะในสหรัฐฯถึง 91,000 ล้านเหรียญ

***“ลีฟวิ่งโซเชียล” สยายปีกเอเชีย

ไม่เพียงกูเกิล บริษัท LivingSocial ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในวอชิงตัน ดี.ซี. ก็ประกาศเข้าซื้อเว็บไซต์จำหน่ายดีลส่วนลดเพิ่มอีก 1 แห่งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่นคือ TicketMonster เว็บไซต์เสนอดีลรายวันและส่วนลดค่าแพคเกจท่องเที่ยวในเกาหลีใต้และมาเลเซีย ถือเป็นการซื้อเว็บไซต์ดีลรายวันต่อเนื่องหลังจากได้เข้าซื้อเว็บไซต์ที่ดำเนินธุรกิจลักษณะนี้ใน 23 ประเทศ ทั้งไทย ฟิลิปินส์ และอินโดนีเซีย

“ดีล” นั้นเป็นข้อเสนอส่วนลดราคาสินค้าและบริการซึ่งยั่วใจนักชอปด้วยคำว่า Sale 50-90% เว็บขายดีลส่วนลดเหล่านี้จะเปิดให้ธุรกิจร้านค้าอย่างร้านอาหาร โรงแรม หรือสปา สามารถทำการตลาดผ่านเครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ได้ โดยชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของธุรกิจลักษณะนี้คือ Social Commerce เพราะชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กคือเรียวแรงสำคัญในการบอกต่อ และเผยแพร่จนทำให้มีการซื้อขายดีล และดึงคนออนไลน์เข้าไปใช้บริการร้านค้าอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Wednesday, August 3rd, 2011, หมวด คอมพิวเตอร์ ไอที     3 ความคิดเห็น »

เรื่องใหม่ล่าสุด

เรื่องฮิต ติดอันดับ

  • N/A